เรียน อ.โอบะ และ อ.โอบาตะ

อยากให้เพิ่มบท บก. ไอดะ โซอิจิ อีกสักหน่อยน่ะครับ ผมชอบเฮียแกสุดในเรื่องเลยอะ… เป็นผู้ดูแลตัวจริงของบาคุแมนแท้ๆ ทำไมบทน้อยจังล่ะครับ T_T

อุปกรณ์สำนักงาน

กระดาษการ์ด 120/180 แกรม ของออฟฟิสดีโปเหมาะกับการตัดเส้นจีเพ็นที่สุดแล้วเท่าที่ลองมา ไม่รวมกระดาษวาดการ์ตูนโดยเฉพาะ เรื่องอุปกรณ์นี่ก็สำคัญมากจริงๆ ลองไปใช้กระดาษการ์ดยี่ห้ออื่นเพราะคิดว่ามันก็คงเหมือนๆกันแต่กลับลงเอยด้วยการปวดหัวว่าทำไม่ลากเส้นไม่คม สะดุด กินกระดาษแกรกๆตลอดเวลา ไอ้เราก็อดทนมาได้ตั้งนาน นึกว่าเพราะเปลี่ยนไปใช้หัวจีเพ็นนิกโก้เลยไม่คุ้น แต่ไม่ใช่อ่ะ ไอ้กระดาษมันผิวไม่เรียบนี่เอง…

รายการของที่ใช้อยู่ตอนนี้ – กระดาษการ์ด 120 แกรม office depot วาดสตอรี่บอร์ด ทำเนม ไปจนถึงตัดเส้นเล่นๆ / กระดาษการ์ด 180 แกรม office depot ตัดเส้นจริง หนาดี ทนมือเท้า / หัวปากกาจีเพ็น Tachikawa / หมึกดรออิ้ง Pilot / เตือนตัวเองไว้ว่าอย่าไปเปลี่ยนยี่ห้อมั่วซั่วอีก -”-

เรื่องอุปกรณ์นี่ก็ยุ่งยากเหมือนกันนะ… ถ้าไม่ใช้จีเพ็นคงไม่ต้องเรื่องมากขนาดนี้หรอก เปลี่ยนไปใช้พู่กันรู้แล้วรู้รอดเลยดีไหม ฮึ่ม!

มัวแต่วุ่นวายกับเรื่องอื่นจนโต๊ะวาดโล่ง

เวลาเดียวที่โต๊ะทำงานไม่รกก็คือเวลาที่ไม่ได้ทำงาน เพราะฉะนั้นให้มันรกไว้น่ะดีแล้วหรือเปล่า? (นี่คือสภาพท่ีเรียกว่าเรียบร้อยแล้ว)

อีกเดือนเดียวก็จะไม่ได้นั่งหน้าโต๊ะนี้แล้ว…

Random thoughts

ผลงานสร้างสรรค์ในปัจจุบันมีน้อยนักที่จะเป็นผลผลิตของความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการล้วนๆ (Pure creativity and imagination) โดยที่รู้และไม่รู้ตัว ผลงานจำนวนมากเป็นเพียงการต่อยอดของสิ่งอื่นหรือเป็นแค่การอ้างอิง (references) ยกยอดต่อมาเท่านั้น

ปวดท้อง

สุขภาพไม่ดีเป็นอุปสรรคสำคัญของชีวิต ลำไส้ไม่ปกติไม่ยอมหายซะที เซ็งจะแย่อยู่แล้ว

Harry Potter

ไปดูมาแล้วเรียบร้อย พอดีวันนี้วันพุธตั๋วหนังลดราคาเลยเป็นโอกาสอันดี บ่นๆในทวิตไปแล้วแต่คิดว่าเอามารวมเป็นบล็อกเลยดีกว่า แฮร์รี่พอตเตอร์ภาคนี้แช่ภาพนานกว่าปกติมาก แต่ฉากบู๊ผ่านไปไวจนดูไม่ทันเหมือนเดิม… คงเพราะขยายเรื่องเป็นสองภาคนั่นแหละ เรื่องนานขึ้นน่ะพอเข้าใจ แต่ทำไมฉากบู๊มันมาแว่บเดียวหายละเฮ้ย สงสัยทำ CG เยอะแล้วไม่ทันเลยโดนหั่นซะแหง… แถมดันเอาเวลาที่เหลือมาซูมป่าเขาท้องทุ่งน้ำทะเลอีก orz นอกนั้นก็ตามคาด ฟอร์มหนังก็ไม่ได้หลุดจากภาคก่อนๆที่ผ่านมาเท่าไหร่ มีเล่าเรื่องหลุดๆงงๆบ้างตามเคย ในฐานะที่อ่านหนังสือมาก่อนดูแล้วก็หงุดหงิดอีกตามเคยว่าไม่อธิบายตรงนี้แล้วคนที่ไม่ได้อ่านจะเข้าใจเหรอฟะ! ไปเดิอดร้อนแทนคนอื่นอีกซะงั้น ภาคนี้มีแฮกริดกับแว่นกันลมตอนซิ่งสกูตเตอร์ฝ่าสายฝน โฮกมากๆ อยากอยู่ในโลกของเวทมตร์ เพราะโลกของพ่อมดมีลุงๆหนวดๆมากมาย อาห์… ผมชอบอารมณ์แบบอังกฤษมากกว่าแบบอเมริกันเยอะเลย มันดู… ผู้ดี สงวนท่าที ซึนเดเระ? มากกว่า อเมริกามันดูโผงผางจิ๊กโก๋ปากซอยไปหน่อย รู้สึกว่าไม่ใช่แนวอ่ะ เห็นได้ชัดจากหนังลึกลับอารมณ์สงัดแบบสวยงามอย่าง Let the right one ฮอลลีวู้ดดันเอาไปรีเมคเป็น Let me in หนังผีตีหัวเข้าบ้านไปซะได้ บางทีก็เกลียดฮอลลีวู้ดกับรูปแบบหนังของมันซะจริงๆ -_-’

มีหนังที่อยากดูอีกเยอะเลย ดูหนังในโรงนี่มันสนุกกว่าโหลดมาดูที่บ้านจริงๆ ต้องหาเวลาดูหนังเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆซะแล้ว :D

About comic font

เรื่องที่ค่อนข้างสำคัญไม่แพ้เรื่องภาพสำหรับการ์ตูนก็คือเรื่องของฟอนต์นั่นเองครับนะ เมื่อวาดออกมาเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้วก็จำเป็นทีเดียวที่เราจะต้องมีฟอนต์ที่เหมาะสมสำหรับการ์ตูนของเรา นอกจากจะให้ความรวดเร็วสะดวกสบาย ทำให้เราไม่ต้องมานั่งทู่ซี้เปลืองแรงไปกับการเสียเวลาเขียนเองแล้ว (ซึ่งปัจจุบันคนที่จะมานั่งเขียนตัวหนังสือเองคงน้อยแล้วละ… แต่ก็ไม่ค่อยดีนะความขี้เกียจทำให้คนส่วนใหญ่ที่อยู่หน้าแป้นพิมพ์สมัยนี้แทบจะเขียนหนังสือกันไม่เป็นแล้ว… -”-) ฟอนต์ที่ดีและเหมาะสมกับการ์ตูนยังช่วยส่งเสริมอารมณ์ในการอ่านอีกด้วย ทั้งแทนบรรยากาศ น้ำเสียงตัวละคร ไปจนถึงเอฟเฟกต์ ฯลฯ โอ้ย มากมายบานตะไท เพราะฉะนั้น… ใส่ใจกันหน่อยก็ดี :D

วันนี้ก็เลยจะมาขอแชร์เรื่องฟอนต์ที่เขาๆเราๆใช้กัน เริ่มจากฟอนต์ของฝรั่ง ยังไงทุกคนก็ต้องเคยผ่านตาฟอนต์ที่ชื่อว่า Comic Sans ที่มีติดมากับคอมทุกบ้านแน่ๆ ไม่ได้จะรังเกียจเดียดฉันท์อะไรอีฟอนต์นี้หรอกครับ แค่อยากจะบอกว่าในโลกนี้ยังมีฟอนต์อื่นๆที่เหมาะจะใช้งานนอกจากนี้อยู่อีกเยอะนะคร้าบ (และเอาจริงๆแล้วก็ไม่ค่อยมีใครเอาอี Comic Sans ไปใช้จริงๆจังๆหรอก ถึงขนาดมีคนทำแคมเปญจน์แอนตี้มันเลยด้วยซ้ำ ขนาดนั้น… =_=’) และก็มีจำนวนไม่น้อยด้วยที่อนุญาตให้นำไปใช้ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องดูเงื่อนไขเขาด้วยนะ เดี๋ยวใช้ไม่ถูกประเภทจะโดนฟ้องเอา ยกตัวอย่างมาให้ตามลิงก์ด้านล่างนี้

http://www.dafont.com/komika-text.font

http://www.blambot.com/fonts_dialogue.shtml

http://www.urbanfonts.com/fonts/comic-fonts.htm

และน่าจะยังมีอีกมาก ก็ตามแต่ความพยายามจะสรรหาของแต่ละคนแล้วละครับ ของเสียตังค์ถ้าต้องการจริงๆก็ซื้อกัน สนับสนุนลิขสิทธิ์ให้คนทำฟอนต์มีรายได้

และ… เรื่องของฟอนต์การ์ตูนที่ใช้ในประเทศไทยของเรา ผมว่ามันยังไม่ได้มีทางเลือกมากมายหลากหลายเหมือนของต่างประเทศเขาเท่าไหร่ ฟอนต์ที่มีในการ์ตูนตอนนี้จริงจังไปหน่อยในความรู้สึกผมนะ (บางทีรู้สึกหยั่งกะอ่านหนังสือพิมพ์… ก็นะ คนทำฟอนต์ไม่ค่อยมีนี่นา แถมทำไปก็โดนละเมิดซะมาก :P)แต่ที่ชอบก็มีไม่น้อยนะ ตอนนี้ก็มี

f0nt.com

ลองเข้าไปหาดู มีฟอนต์ดีๆมากมาย ที่หลายฟอนต์แพร่หลายทั่วไปแล้ว ชัดๆเลยก็ iannnnn jpg พี่เขาทำออกมาเจ๋งจริงๆ ให้อารมณ์ลายมือการ์ตูนไทยสมัยไพเรทได้สุดยอด

ฟอนต์ที่เนชั่นใช้

อันนี้ชอบโดยส่วนตัว (ฮา) ความโค้งมนไม่ค่อยเป็นทางการดีแต่ก็ไม่เลอะเทอะ ผมว่าเหมาะกับการ์ตูนมากเลย แต่อันนี้ผมไม่รู้ชื่อ และไม่ค่อยมีคนอื่นใช้ คงเพราะเรื่องลิขสิทธิ์นั่นแหละ

JS Sadayu / JS Jindara

ต่อมาก็คือฟอนต์ที่วิบูลย์กิจใช้ สองอันนี้คงเห็นกันเยอะ เพราะการ์ตูนวิบูลย์กิจมันมีเยอะมาก (ฮา) ถ้าใครอยากให้การ์ตูนตัวเองดูมีภาษีเหมือนได้ตีพิมพ์จริงๆแล้วละก็ สองตัวนี้น่าจะช่วยได้นะ ตัวนึงเหมาะกับเสียงธรรมกา อีกตัวเน้นเสียงหนัก/แข็ง

นอกจากนี้ยังมีทางเลือกอื่นๆอีกมากมาย เช่น… เขียนเองไปเลย!! หาฟอนต์ถูกใจไม่ได้ ตูคัดลายมือเองนี่แหละ!! พวกเอฟเฟกต์ก็เช่นกัน จริงๆอันนี้ก็ดีนะ เพราะได้เอกลักษณ์ และถ้าลายมือเหมาะกว่าฟอนต์ด้วยแล้วยิ่งเสริมเรื่องใหญ่เลย …จะติดปัญหาใหญ่ก็คือมันเสียเวลา หรือถ้าอยากได้ฟอนต์เฉพาะ/ลายมือตัวเองจริงๆก็เอาไปทำฟอนต์มันซะเลยสิ!! การทำฟอนต์ของตัวเองด้วยตัวเองตอนนี้ก็ง่ายกว่าเมื่อก่อนมากสุดๆ ลองหาอ่านในเว็บ f0nt.com

ไม่ได้เป็นความรู้ใหม่อะไร หลายคนคงรู้ๆกันอยู่แล้ว แต่คิดมาเอามาลงรวมๆไว้ก็น่าจะดี เท่านี้แหละครับ จบข่าว…

ภาพฝึกวาดไม่เป็นชิ้นเป็นอันทั้งหลาย (2)

มาต่อกันจากเมื่อคราวก่อน “ภาพฝึกวาดไม่เป็นชิ้นเป็นอันทั้งหลาย (1)” เอารูปฝึกมือมาลงกันต่อ คราวนี้ขอคั่นเรื่องการฝึกจีเพ็นไว้หน่อย ดูอย่างอื่นกันบ้างดีกว่าเนอะ… ภาพนี้ใช้ตินสอแบบไม่กะจะลงเส้นหมึก เริ่มจากอยากทดลองวาดอะไรที่ไม่ใช่มังงะหรือการ์ตูนดูบ้าง เพราะว่าปกติไม่ค่อยจะวาดแนวสมจริงสมจังเท่าไหร่เพราะไม่ค่อยชอบก็เลยไม่รู้ว่าตัวเองจะวาดได้แค่ไหน แต่พอวาดๆไปก็พอโอเคนะ (รึเปล่า?) สัตว์ประหลาดหนูผีแขนเหล็กที่ไม่ได้วาดแขนต่อ ออกมาอารมณ์ฝรั่งๆดี น่าเอาไปทำคาแร็กเตอร์เกมหรือการ์ด แต่ถ้าจะวาดเยอะๆจริงจังคงไม่ไหว รายละเอียดเยอะ น่ากลัวจะเบื่อซะก่อน

ภาพนี้ก็เช่นกัน อยากลองวาดอะไรแปลกๆที่ตัวเองไม่ค่อยวาดบ้าง อยากวาดภาพแบบมี concept เลยออกมาแบบนี้ ภาพแนวภาพประกอบความสนุกหลักๆเลยคืออยู่ที่การได้ส่งสารสื่อถึงคนดูผ่านภาพนี่แหละ ต่างกับการ์ตูนที่เป็นการเล่าเรื่องเหมือนกันแต่การ์ตูนจะเล่าต้วยลำดับภาพ ก็ท้าทายคนละแบบ

กลับมาเป็นการ์ตูนก็คนละอารมณ์กันเลยเห็นมะ… การ์ตูนส่วนใหญ่เน้นการแสดงออกสีหน้าและท่าทางมากกว่า แต่ก็มีข้อดีในการสื่อสารต่างๆกันไปละนะ ภาพนี้ลองกลับมาใช้ปากกาหัวสักหลาดหรือพิกม่า (แต่ผมไม่ได้ใช้ยี่ห้อ Pigma นะ ใช้ของ Uni pin ไม่รู้ทำไมถึงเรียกกันรวมๆว่าพิกม่า -*-) อยากลองให้เห็นความต่าง ถ้าเอาจริงๆแล้วทำงานด้วยพิกม่าสบายกว่าเยอะเลยละครับ ลากไปเรื่อยๆ อยากพักก็พัก หมึกก็แห้งเร็ว ไม่ต้องมานั่งกังวลว่ามือไปโดนจะเลอะรึเปล่า G-pen นี่ถ้าเส้นหนาๆนี่ต้องรอดีเลย์เวลาหมึกแห้งนานเลย -_-’

แต่ก็ได้อย่างที่เห็น เส้นบางเท่ากันหมด ไอ้เราก็ไม่ชอบมาย้ำเส้นด้วยพิกม่าซะด้วย น้ำหนักมันดูมั่วๆแปลกๆผิดธรรมชาติน่ะ แต่จริงๆแล้วอาจจะมีคนชอบเส้นบางและเห็นว่าแบบนี้สวยกว่าก็ได้ นานาจิตตังฯ เรื่องอุปกรณ์มันไม่มีถูกผิด

…นี่ก็พิกม่า

นี่ก็ด้วย… ลองลากๆนัวๆไปตามอารมณ์แบบไม่เก็บเนี้ยบ

แล้วพอถึงภาพต่อมาก็นัวสุดๆไปเลย โทษฐานที่ร่างมาไม่เคลียร์เลยไม่รู้จะเอายังไง (ฮา)

กลับมาที่การฝึกปากกาจุ่มหมึก! ภาพนี่ไม่ใช่จีเพ็น แต่เป็นปากกาคอแร้งหรือปากกาหัวช้อนหรือจะเรียกอะไรก็แล้วแต่ ตามที่มาชิโระได้เอ่ยไว้ในบาคุแมนว่าต้องใช้จีเพ็นถึงจะให้บรรยากาศกับภาพได้ ผมไม่ค่อยแน่ใจนะ เพราะผมมองย้อนกลับไปแล้ว การ์ตูนยุคก่อนหน้านี้ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ G-pen กันเกลื่อนเหมือนตอนนี้ การ์ตูนหลายๆเรื่องที่ใช้เส้นหนาหน่อยจำนวนมากก็ไม่ได้ใช้จีเพ็นนะ แต่เขาใช้ปากกาคอแร้งนี่แหละ ส่วนใหญ่เป็นการ์ตูนแนวบู๊ๆแอคชั่นหน่อยหรือแนวตลกที่รายละเอียดไม่มาก ภาพที่ได้จะออกมาดูทรงพลังกว่าจีเพ็นด้วย (ในความรู้สึกของผม) เนื่องจากมันสามารถเล่นเส้นหนาได้มากกว่า

จากที่สังเกตถ้าเป็นจีเพ็นกดน้ำหนักมากๆจะคงความหนามากๆให้ได้สม่ำเสมอมันเป็นเรื่องยากเพราะหัวมันอ่อนกว่า แต่หัวคอแร้งมันแข็งกว่าเลยวาดเส้นหนาได้ค่อนข้างนิ่งเลยทีเดียว ใครยังไม่เคยขอให้ลองดู หนาสะใจมาก แต่ในอีกด้านมันก็ไม่เหมาะกับการเก็บรายละเอียดภาพการ์ตูนเหมือนจริงแบบยุคปัจจุบันจริงๆ และถึงจะเหมาะกับเส้นหนา แต่ส่วนใหญ่ตนที่ใช้ก็มักจะใช้ควบคู่ไปกับหัวอื่นด้วยเพื่อช่วยเก็บเส้นบางๆ

เละ…

แล้วก็กลับมาที่จีเพ็นต่อ… ลองวาดตามใจดูบ้าง เผื่อจะทำให้ภาพดีขึ้น ภาพเบรด้าจากแขนกลฯทำให้รู้สึกว่าเก็บรายละเอียดได้โอเคขึ้น แผ่นนี้ทำน้ำหนักบางได้เนี้ยบดี เหมือนจะคล่องนำ้หนักบางมากขึ้น แต่ก็ยังยิบย่อยอยู่ เพราะไม่รู้ว่าจะหนักตรงไหน

ที่ผ่านมามีแต่ภาพดูนิ่งๆ อยากวาดความเคลื่อนไหวบ้าง เลยลองวาดโดยเอาซือแป๋นีซึมะเป็นแรงบันดาลใจดู (ขโมยแว่นโครวมา ฮา) พอทำภาพนี้แล้วก็… เอ๊ะ หรือเราจะเหมาะกับการ์ตูนเด็กมากกว่านะ วาดง่ายดี มันด้วย ไม่ต้องคิดอะไรมากหลายชั้น  ดีเทลก็ไม่ต้องมาก สัดส่วนก็ง่ายกว่าแนวซีเรียสเยอะ

เลยลองแบบง่ายๆเรียบๆอีกสักภาพแต่ให้ดูนิ่งๆจืดๆอารมณ์อ.อาดาจิ แต่ล่ม… น้ำหนักตอนวาดหน้าโอเค แต่พอลงเสื้อแล้วเละ เลยเลิก

ยังไม่ได้อารมณ์เลยเนอะ จืดๆนิ่งๆ อยากวาดให้ดูแล้วตัวละครมันลอย/พุ่งจากหน้ากระดาษได้อ่ะ (โฮโลแกรม?)

ลองใส่อารมณ์ตอนลงเส้น

เริ่มหงุดหงิดที่ไม่ได้เส้นอย่างใจ เลยกดๆมันเข้าไปเลย ก็ได้เส้นหนาดีแต่ก็มั่วๆ ว้าก ยากจัง…

ลองลงเส้นหมึกสดแบบไม่ร่าง เผื่อจะดูดี รูปลุงเส้นบางๆรายละเอียดออกมาดี แต่ไม่ชอบแนวเส้นบางรายละเอียดเยอะๆ

ลองทุ่มเทดูอีกสักรูป ได้รูปนี้ออกมาโอเคสุดเลย สาวน้อยที่ดูแมนๆแข็งๆหน่อย ลงเส้นผมบางสุดๆด้วยจีเพ็นก็ยังโอเคนะ ปรากฏว่าลากไวๆเส้นออกมาดีกว่าเยอะ ไม่งั้นเบี้ยวตลอด

จบด้วยรูปสุดท้าย พยายามทำทุกอย่างที่ว่ามาดีแล้ว แต่ก็ได้แค่นี้แหละ ต้องพยายามต่อไป

ยิ่งฝึกยิ่งรู้สึกยากขึ้นทุกที ตัดเส้นในคอมง่ายกว่าตั้งเยอะ ถ้าทำในคอมใช้ Photoshop/Sai ป่านนี้ออกมาได้ดั่งใจไปนานแล้ว แต่ก็ยังเชื่อว่าถ้าวาดมือได้ฝีมือในคอมจะยิ่งอัพเกรด ก็เลยยังทนฝึกต่อ

.

.

จบข่าว

Blue bird – Bakuman

ชอบเพลงเปิดบาคุแมนมากๆเลยครับ ฟังครั้งแรกก็ชอบแล้ว ฟังแล้วรู้สึกโลกสดใสเต็มเปี่ยมด้วยความฝันและความหวังยังไงไม่รู้ (เว่อร์มาก) ตอนนี้กลายเป็นเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ไปเรียบร้อย (ฮา)

แล้วก็พูดตามตรงว่าหลังจากพ้นวัยดูช่องเก้าการ์ตูนแล้วปกติไม่ดูอนิเมชั่นเรื่องไหนเลย ยกเว้นพวกที่ทุ่มทุนสร้างเข้าฉายในโรง แบบที่อนิเมทกันสุดชีวิต วาดละเอียดซะ เคลื่อนไหวดีโคตรๆ พวกนั้นถึงจะยอมดู เพราะรู้สึกว่าพักหลังๆอนิเมมันเล่นง่ายๆขยับน้อยๆดูเผาๆฉากไม่สวย ฯลฯ และผมก็ชอบอ่านจากหนังสือมากกว่าอยู่แล้ว แต่ดูอนิเมชั่น Bakuman แล้วรู้สึกว่าโอเคแฮะ และที่เจ๋งมากคือถอดลายเส้น อ.โอบาตะมาได้เหมือนและเนี้ยบสุดๆเลยละ ผิดกับตอนฮิคารุ เลยคิดว่าคงได้หามาดูกันหน่อยแล้ว :D

อ่านทั้งสปอลย์ ทั้งซื้อบูมทุกอาทิตย์ ซื้อรวมเล่มอีก แถมตอนนี้อนิเมชั่นก็จะดู เอาเข้าไปเรา (ฮา)

ภาพฝึกวาดไม่เป็นชิ้นเป็นอันทั้งหลาย (1)

สะสมมาเรื่อยๆ จนเริ่มเยอะ เปิดกรุเอามาลงไว้ที่นี่ก็แล้วกัน จะได้กลับมาดูง่ายๆ -_- ส่วนใหญ่เป็นภาพฝึกการ์ตูนช่องกับ G-pen นะครับ พักหลังหมกมุ่นอยู่แค่สองอย่างนี้ นอกนั้นแล้วก็เป็นพวกงานเล็กงานน้อยที่ไม่เกี่ยวกับการ์ตูนก็เลยไม่เอามาลง

เชิญชมกันตามอัธยาศัย

ลองร่างการ์ตูนช่องแบบใส่เต็มอารมณ์ดู ทำเล่นๆ ไม่มีเรื่องราว ไม่ได้คำนึงถึงอะไร ปรากฎว่าออกมาถึงใจดี แต่เห็นภาพแล้วก็ท้อ ตัดเส้นเหนื่อยแน่ๆ แถมพลาดทีภาพพังชัวร์เลยพักไว้เท่านี้แล

ไอ้นี่ก็มีแค่สองช่องนี้อีกเหมือนกัน อยากเขียนแนวตื่นเต้น จริงจัง บวกดราม่า แต่ถ้าจะทำออกมาจริงๆคงยาก เพราะเนื้อเรื่องมันเข็นลำบาก ใช้เวลาคิดเยอะ ภาพก็ละเอียดสุดๆด้วย ไว้เก่งกว่านี้แล้วค่อยคิดกันใหม่…

เวลาได้ตีช่องถมดำแล้วมันรู้สึกดีมากๆเลย เพลินดี แต่ขี้เกียจวาดส่วนที่ไม่ได้คิด ภาพส่วนใหญ่ก็เลยขาดๆหายๆแบบนี้ ฝึกทำเอาสะใจแล้วก็เลิกทำต่อ เลยมีแต่ภาพฝึก

ภาพนี้เฟลกับน้ำหนักเส้นมาก บอกตรงๆว่าสิ้นหวัง ไม่รู้จะทำให้น้ำหนักมันเป็นเรื่องเป็นราวยังไง แถมใช้ G-pen เก็บดีเทลไม่เก่งสุดๆ ทำแล้วเละหมด เป็นสาเหตให้เวลาเส้นร่างออกมาดูดีแล้วจะผวาไม่อยากตัดเส้น กลัวเละ

พอวาดภาพใหญ่หน่อยเส้นก็ดูบางไปเลยอีก ขาดน้ำหนัก เส้นแข็ง คุมไม่อยู่ แถมภาพดูโล่งดูไม่เต็มด้วย ทั้งที่ตอนร่างก็ดูโอเค อยู่ที่น้ำหนักเส้นหมึกจริงๆ

ชอบเส้นร่างมากกว่าเยอะเลยนะ… กลุ้ม

แถมถ้ายังร่างไม่ละเอียดก็ตัดเส้นไม่ได้อีก ด้นรายละเอียดไม่เป็น อย่างภาพนี้ถ้าลงมือละก็ พอเสร็จจุดที่ร่างไว้แน่นๆแล้วก็จะคาไว้แบบนั้นแหงๆ

ไม่ได้อ่าน C-kids ไม่ได้ตามฮาเดสฯ แต่ชื่นชอบมิตจัง (ฮา) วาดไม่เหมือนเลย…

รูปนี้ก็พยายามจะคุมน้ำหนัก แต่เอาไม่อยู่ วาดเส้นผมบางๆด้วย G-pen ได้ แต่พอต้องเล่นน้ำหนักหนาบางตรงหมวกแล้วเละเลย

พยายามลองแบบเส้นน้อยๆเรียบๆให้ดูลงตัว ก็ไม่สำเร็จอีก การ์ตูนสมัยก่อนที่สะบัดเส้นหนาบางทีเดียวไม่ใส่รายละเอียดเยอะเขาลากเส้นยังไงให้สวยลงตัวกันนะ?

รูปนี้ลองค่อยๆลากเส้นบางๆ ต่อๆกัน ไม่ลากทีเดียว ไล่ๆไปเรื่อยๆ ปรากฎว่าออกมาโอเคกว่าแฮะ เหมาะกับภาพแบบรายละเอียดเยอะๆสมจริง …แต่เราอยากได้เส้นแบบเรียบง่ายเส้นน้อยๆลดทอนรายละเอียดน่ะ ทำยังไงถึงจะได้น้ำหนักตามใจคิดหนอ?

เส้นบางๆย้ำๆเส้นเอาเก็บรายละเอียดง่ายกว่าจริงๆ แต่พอจะสะบัดน้ำหนักแบบตวัดทีเดียวปั๊บก็เละเลย หรือว่าการตวัดให้ได้ทีเดียวมันผิด?

ถ้าเส้นบางมากก็ใส่อารมณ์ภาพของตัวเองที่อยากได้ไม่ได้ด้วย… ลองกับคาแรกเตอร์ตัวเองแล้วก็ไม่เข้ากัน จริงจังไปหน่อย อยากให้ดูเป็นการ์ตูนกว่านี้อีกสักนิด

พอจับเส้นง่ายๆมาลงกรอบยิ่งเห็นเลยว่ามันขาดรายละเอียดหรืออะไรสักอย่างไป เลยดูโล่งๆ แปลกๆ คือมันมีดีเทลก็จริง มันละเอียดเกินที่อยากได้แล้ว แต่มันดูไม่ลงตัว ไม่มีชีวิต =_=’ พยายามเปรียบเทียบกับเส้น อ.อาดาจิแล้วยิ่งเห็นชัด ยังอ่อนเรื่องเซนส์ที่จะรู้ว่าต้องเน้นเส้นตรงไหนผ่อนตรงไหนมากๆ ฝึกต่อไป…

ลองด้นสด วาดไปเรื่อยแบบไม่วางแผน กลายเป็นว่าสนุกดีแฮะ ทำได้เรื่อยๆเลย

ได้มาสองแผ่นไม่รู้ตัว มันเพลินกว่าวาดตามที่วางแผนไว้ยังไงไม่รู้แฮะ แถมอินกว่าด้วย

แล้วก็มาตายแผ่นสาม เริ่มคิดเยอะเกินไปแล้ว พยายามหาเหตุผลมารองรับมาก เลยตัน… ดันเริ่มต้นเรื่องซะไซไฟ เลยหมดมุขจะต่อเลย ถ้าไม่ได้วางโครงเรื่องหลักๆไว้ยังไงก็ด้นเละแน่

จะฝึก G-pen เลยเขียนขึ้นมาสั้นๆห้าหกหน้า แต่พอวาดถึงหน้าไอ้ลุงโรคจิตนี่แล้วก็หมดอารมณ์ น้ำหนักเส้นเน่ามากจนเซ็งไปเลย…

สุดท้าย… รูปนี้คิดว่าโอเคสุดเท่าที่ผ่านมา ความหนักเบาโอเคเลย ไม่ยิบย่อยเกินไปด้วย ลายเส้นเราให้ได้เส้นออกมาประมาณนี้ละก็โอเคเลย

จริงๆแล้วถ้าตัดใจเลิกใช้จีเพน แล้วเอาพิกม่า ปากกาเคมี ฯลฯ ตัดแทนจะง่ายมาก คุมน้ำหนักได้ด้วย แค่ต้องลากย้ำๆซ้ำๆบ่อยหน่อย แต่ก็รู้สึกว่ามีหลายน้ำหนักที่ปากกาความหนาแบบเดียวมันทำไม่ได้ ก็เลยยังพยายามกับจีเพ็นอยู่ แต่ก็ไม่รู้จะได้อย่างใจเมื่อไหร่เหมือนกันนะ ไอ้จะตวัดเส้นทีเดียวแล้วให้ได้ภาพมีชีวิตขึ้นมา หนาหนักเบาบางตามใจนึก ลายเส้นลงตัวเป็นเอกลักษณ์นี่ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้ชาติไหน แต่ก็จะพยายามเต็มที่

.

.

จริงๆมีรูปที่โอเคกว่าอันนี้ แต่เดี๋ยวค่อยมาต่ออีกทีแล้วกัน ชักจะยาวไปละ :)